การ์ดแต่งงานเป็นเหมือนตัวแทนของคู่บ่าวสาวในการเชิญแขกมาร่วมงาน แต่หลายคนอาจมุ่งเน้นไปที่ดีไซน์ด้านหน้า จนลืมไปว่าด้าน หลังการ์ดแต่งงาน ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นส่วนที่ให้ข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับงานแต่งงาน หากออกแบบ หลังการ์ดแต่งงาน ให้สวยงามและครบถ้วน ก็จะช่วยให้แขกได้รับข้อมูลที่ต้องการ และ รู้สึกประทับใจไปพร้อมๆ กัน
องค์ประกอบสำคัญที่ควรมีในหลังการ์ดแต่งงาน
1. รายชื่อบ่าวสาว
ชื่อของเจ้าบ่าว และ เจ้าสาวเป็นหัวใจหลักของ การ์ดแต่งงาน เพราะเป็นการบอกให้แขกทราบว่าคู่รักที่กำลังจะเข้าสู่ประตูวิวาห์คือใคร สามารถเลือกใส่ได้ทั้งชื่อจริง ชื่อเล่น หรือ นามสกุล ตามความเหมาะสม จะเป็นภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษก็ได้ทั้งนั้น โดยสามารถจัดวางให้มีความโดดเด่น หรือ ใช้ฟอนต์ที่สวยงามเพื่อเน้นให้เห็นเด่นชัด แต่หากเป็นงานทางการที่แขกผู้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ แนะนำว่าใส่แค่ชื่อจริงของคู่บ่าวสาว ก็เพียงพอแล้วค่ะ
2. ชื่อคุณพ่อคุณแม่บ่าวสาวหรือเจ้าภาพ (ถ้ามี)
แม้ว่าคู่บ่าวสาวจะเป็นพระเอกนางเอกตัวจริงของงานแต่งงาน แต่เราไม่ใช่เจ้าภาพนะคะ เพราะเจ้าภาพก็คือ คุณพ่อคุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก ซึ่งคู่บ่าวสาวต้องให้เกียรติพวกท่านด้วยการใส่ชื่อที่ตำแหน่งด้านบนของ การ์ดแต่งงาน ในกรณีที่ต้องการให้ การ์ดแต่งงาน มีความเป็นทางการ ควรใส่ชื่อของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าภาพในงานแต่งงาน ซึ่งเป็นการให้เกียรติแก่ครอบครัว และ เพิ่มความเป็นทางการให้กับการ์ด ตัวอย่างการใส่ชื่อผู้ใหญ่ที่เชิญ การระบุชื่อผู้ใหญ่ควรทำอย่างเหมาะสม และ สามารถใส่ได้ทั้งสองฝ่าย หรือ เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตามความต้องการของคู่บ่าวสาวก็ได้เช่นกันค่ะ
3. วันที่ เวลาจัดงานแต่งงาน
ควรใส่รายละเอียดของงานแต่งให้ครบถ้วน เพื่อให้แขกได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และ เตรียมตัวล่วงหน้า งานแต่งงานจะถูกจัดขึ้นวันที่เท่าไร เดือนอะไร ปีอะไร เวลาเริ่มงาน ให้ชัดเจน และ ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อย เช่น วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2569 เวลา 10:30 น. จะทำเป็นภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาไทยก็สามารถทำได้หมดเลยนะคะ เพียงเท่านี้ ก็ป้องกันไม่ให้ แขกสับสน หรือ จำวันผิดแล้วล่ะค่ะ
4. สถานที่จัดงาน
ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญ แขกที่ได้รับเชิญจำเป็นต้องทราบว่างานจะจัดขึ้นที่ใด ควรระบุ ชื่อสถานที่ ห้องจัดงาน ชั้น หรือ โซนให้ชัดเจน รวมถึงที่อยู่โดยละเอียดเพื่อให้แขกสามารถเดินทางมาได้อย่างถูกต้อง หากสถานที่นั้นอยู่ในบริเวณที่อาจเดินทางได้ยาก อาจเพิ่มคำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทาง หรือ จุดสังเกตสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น หากต้องการเพิ่มความทันสมัย และ ความสะดวกสบาย สามารถใส่ QR Code ของแผนที่เพื่อให้แขกสามารถนำทางผ่านโทรศัพท์มือถือได้ง่ายขึ้น ระบุชื่อสถานที่และที่อยู่อย่างละเอียด เช่น ณ โรงแรมลินน์ กรุงเทพฯ ชั้น 4 ห้องบอลลูน 2
5. รายละเอียดของพิธีการ
หากว่าที่คู่บ่าวสาวมีรายละเอียดของพิธีการในแต่ละช่วง และ ต้องการแจ้งให้กับแขกผู้ร่วมงานได้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นพิธีหมั้น พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ พิธีรดน้ำสังข์ หรือ พิธีฉลองมงคลสมรส ควรระบุเวลา และ สถานที่ของแต่ละช่วงพิธีให้ครบถ้วน เพื่อให้แขกสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ควรกำหนดพิธีการแค่ 3 – 6 พิธีเท่านั้น เพื่อไม่ให้การ์ดแต่งงานรกและแน่นเกินไป
6. ธีมงาน / แฮชแท็กของงาน
ถ้าหากมีธีมงาน และ เดรสโค้ด ก็สามารถใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ไว้ด้านข้างของการ์ด หรือ ด้านล่างก็ได้เช่นกัน ในส่วนแฮชแท็กของตรงนี้จะมี หรือ ไม่มีก็ได้ แต่ส่วนใหญ่บ่าวสาวก็จะนิยมมีกันเพื่อง่ายต่อการค้นหารูปแขกที่มาร่วมงานแสดงความยินดี และ จะใส่ทั้งสองสิ่งนี้ไว้ล่างสุดของการ์ดแต่งงาน
การออกแบบหลังการ์ดแต่งงานเป็นพื้นที่ที่สามารถใส่ข้อมูลสำคัญเพื่อช่วยให้แขกเข้าใจรายละเอียดงานได้ง่ายขึ้น และ ยังเป็นโอกาสในการแสดงความขอบคุณ และ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานอีกด้วย เรียกได้ว่ามีความสำคัญไม่แพ้กับด้านหน้าเลย หากคุณกำลังออกแบบ การ์ดแต่งงาน ลองนำแนวทางนี้ไปปรับใช้ให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ แล้วการ์ดของคุณจะไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ครบถ้วน และ เป็นที่น่าจดจำ